ข้อควรระวังเมื่อมาเที่ยวทะเล
เมื่อไปทะเลทุกคนมักกลัวฉลาม แต่ในความเป็นจริง
อันตรายที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว เกือบร้อยละร้อยมาจากเรือ
บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ที่น่าเสียใจคือเหตุการณ์เหล่านั้นสามารถป้องกันได้ถ้าพวกเขาทราบข้อมูลล่วงหน้าและไม่ประมาท
ท่าเรือหลายแห่งของเมืองไทยสร้างด้วยไม้
บางแห่งชำรุดทรุดโทรม บางแห่งอาจใช้รวมกับท่าเรือประมง มีซากปลาเน่า น้ำ
หรือน้ำมันเครื่อง นักท่องเที่ยวบางคนเดินไปคุยไปโดยไม่ระมัดระวัง
อาจพลัดตกไปในร่องไม้จนบาดเจ็บ บางคนเหยียบซากปลาไถลลื่นตกท่าเรือ
เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนมีตัวอย่างมาแล้ว เวลาเราเดินบนท่าเรือ
จึงควรระมัดระวังให้มาก
หลายครั้งเราต้องปีนป่ายเพื่อขึ้นลงเรือ
นี่คือช่วงอันตรายที่สุด เพราะถ้าตกน้ำไปอาจโดนเรือลอยมากระแทกอัดกับเรืออื่น
ถ้าคุณใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าแตะ ส้นสูงควรถอดก่อนปีนป่าย
อย่าถือของอะไรพะรุงพะรัง ใช้วิธีส่งต่อให้เพื่อนแทน อย่ารีบหรือประมาท
กองเชือกและสายสมอ: พยายามหลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้เด็ดขาด
บางครั้งคุณอาจไปยืนบนเชือกสมอโดยไม่รู้ตัว ขณะที่คนเรือทิ้งสมอ
เชือกจะมัดเท้าแล้วดึงคุณลงไปในน้ำ บางครั้งเรืออาจต้องลากโยงหรือผูกไว้กับท่า
เชือกตวัดมาโดนคุณตกน้ำ ขาดแล้วสะบัดโดนคุณจนเป็นแผล (โดยเฉพาะสายสลิงบางครั้งถึงขั้นแขนขาขาด)
รอกหรือกว้านอาจหลุดจากที่เกี่ยวมาโดนคุณ แนะนำให้คุณพยายามอยู่ห่างจากเชือก
สมอ กว้าน หรือรอก อย่าพยายามเข้าไปช่วยคนเรือทิ้งสมอหรือจับเชือก
ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน
กราบเรือ: หลายคนมักชอบไปนั่งเรือเดินตามกราบเรือ
บางครั้งอาจมีน้ำมันเครื่องติดอยู่ทำให้ลื่นจนตกเรือ บางคนชอบจับกราบเรือ
เมื่อเรือวิ่งเข้าท่าหรือเทียบกับเรืออื่น มืออาจโดนทับจนกระดูกแตกละเอียด (โดยเฉพาะเรือหางยาวเกิดขึ้นบ่อยมาก) ถ้าไม่จำเป็น
อย่าไปแถวกราบเรือไม่ว่าเวลาเรือจอดหรือเรือวิ่ง
ท่อไอเสีย: เรือท่องเที่ยวหลายลำดัดแปลงมาจากเรือประมงขนาดเล็ก
อาจต่อท่อไอเสียโดยตรงจากเครื่อง ชี้ลงทะเลหรือชี้ขึ้นฟ้า บางครั้งเราไม่ทราบ
เดินเข้าไปใกล้
เมื่อเรือเอียงก็คว้าไว้เพื่อช่วยพยุงตัวท่อไอเสียเหล่านี้ร้อนมาก มือสุกแน่นอน
และอาจจะตกใจจนตกเรืออีกต่างหาก
- ใส่เสื้อขาวหรือสีสด อย่าใส่เสื้อสีคล้ำ
เผื่อคุณตกเรือ จะเห็นได้ง่าย
- ระวังตัวอย่างมาก
อย่างเข้าไปใกล้กราบเรือหรือท้ายเรือตอนกลางคืน
- อย่ากินเหล้าหรือของมึนเมาจนเกินไป
ทำให้พลาดตกเรือได้ง่าย
- หากจะไปไหนใกล้กราบเรือ เช่น แปรงสีฟัน
ให้บอกคนอื่นเสมอ หากคุณหายไปนานจะได้ทราบ
- สังเกตเพื่อนในกลุ่มไว้เสมอ หากหายไปจนผิดสังเกต
ให้รีบติดตาม
- ถ้าเห็นคนตกเรือ ให้รีบโยนชูชีพหรือของลอยน้ำลงไป เช่น
เบาะฟองน้ำ แล้วรีบตะโกนบอกคนอื่นให้บอกกัปตันอย่าขาดสติถึงขั้นกระโดดตามไป
โดยไม่บอกคนอื่นเด็ดขาด
- ระหว่างเดินทางถ้าเจอพายุคลื่นใหญ่
แต่เรือยังวิ่งเอาหัวสู้คลื่นโดยไม่เบาเครื่อง
ยังไม่ต้องกังวลแต่ควรเข้ามาอยู่ข้างในเรือ เพื่อป้องกันตกเรือ
หากเมาเรือจนอาเจียน ใช้ถุงพลาสติกใส่อ้วกอย่างไปชะโงกหัวอาเจียนลงทะเล
มีคนตกเรือเพราะเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้ว
- ถ้าคลื่นใหญ่มาก เรือจะสู้คลื่นโดยเบาเครื่องเป็นระยะ
ให้หาชูชีพมาใส่
เก็บของมีค่าขนาดเล็กไว้กับตัวหาขวดน้ำจืดเทน้ำทิ้งหน่อยพอให้ลอยน้ำไว้ติดไว้
ส่วนของอื่นไม่ต้องไปห่วง
- ในกรณีที่เรือสู้คลื่นนานจนเครื่องพัง
กัปตันจะพยายามทิ้งสมอ
แต่บางครั้งสมออาจไม่ถึงพื้นเรือจะถูกคลื่นซัดจนขวางคลื่น และอาจพลิกคล่ำได้
ในกรณีเช่นนี้ ให้คุณมาอยู่ใกล้ทางออกจากเก๋งอย่าเข้าไปอยู่ข้างใน
เพราะหากเรือคว่ำอาจหาทางออกไม่เจอและติดอยู่ในเรือ
- เมื่อเรือคว่ำ ว่ายออกห่างจากเรือเร็วที่สุด
จากนั้นค่อยหาอะไรประคองตัวไม่ต้องขาดสติกลัวฉลามหรือสัตว์อื่นมาทำร้าย
ปัจจุบันฉลามในทะเลไทยมีน้อยจนเกือบสูญพันธุ์แล้ว
คนที่ตายเพราะเรือจมไม่ใช่เพราะฉลาม
แต่เป็นเพราะขาดสติหรือกลัวจนจมน้ำตายมากกว่า
- อันตรายน่ากลัวที่สุดคือโดนเรือชนหรือโดนใบพัดเรือฟัน มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกปี
ส่วนใหญ่เสียชีวิตการป้องกันคืออย่าว่ายเข้าใกล้เรือวิ่งเด็ดขาด
เวลาขึ้นจากน้ำต้องนับจำนวนคนก่อนออกเรือ
- ถ้าไปดำน้ำแบบ Snorkelling โดยใช้เรือหางยาว
ควรเลือกไปจุดดำที่มีนักท่องเที่ยวไม่มากนักระวังตัวเสมอเวลาดำน้ำในเขตที่มีสกูตเตอร์
เรือเร็ว หรือกีฬาทางน้ำแบบอื่น
- เกือบทุกครั้งที่ไปดำน้ำ
เรามักได้แผลจากเรือกลับมาด้วยเสมอ โดยเฉพาะตอนขึ้นลงเรือ (หางยาว)
บางครั้งใช้การลากหรือดันขึ้น เนื้อเราอาจครูดกับข้างเรือหรือเพรียงจนเป็นแผล
บางครั้งอาจตกลงไปไหล่หลุด หากเป็นคุณผู้หญิงไม่มีแรง
ควรหาเรือที่มีบันไดช่วยปีนได้ง่ายขึ้น
- เวลาลอยตัวในน้ำ อย่าห้อยโหนกับเรือหรือกับเชือกสมอเรือ
อาจเกิดอันตรายหลายรูปแบบ
- โบราณว่าไว้ อันตรายมักอยู่ใกล้ตัว
คุณอาจไปดำน้ำมาทั้งวันสนุกสนานเฮฮา
แต่มาโดยตะขาบต่อยในถุงนอนหรืองูกัดในเต็นท์ จากนี้ไปถือข้อแนะนำบางประการ
- ชายหาดเมืองไทย ถึงแม้จะเป็นเกาะห่างไกล
อาจมีเศษแล้วหรือไม้ติดตะปู หลอดไฟจากเรือไดหรือฝาขวดเบียร์
ระวังทุกครั้งที่ย่างก้าวลงไปบนชายหาด
- แมลงหรืองูมักเข้าไปอยู่ตามกองเสื้อผ้าหรือที่อับ
บางครั้งอาจแอบอยู่ในรองเท้า ควรตรวจสอบก่อนเสมอ อย่าวางใจ
- เวลาเดินตามทางในป่า
พึงระลึกว่างูกับกิ่งไม้คล้ายกันมาก
เคยมีคนเดินเหยียบงูตามเกาะหลายครั้งกว่าจะไปถึงโรงพยาบาลกินเวลาหลายชั่วโมง
ใช้ไฟฉายทุกครั้งอย่าใช้แสงจันทร์ มีกิ่งไม้ติดมือเอาไว้จุดที่ไม่แน่ใจ
- หากไปเดินย่ำน้ำตามชายหาด ระวังเศษปะการัง เพรียง
หรือหอยนางรม อย่าประมาทปลากระเบนขนาดเล็กที่มักหมกตัวอยู่ตามพื้นทรายในน้ำตื้น
พยายามเดินก้าวสั้นๆ
- อย่าทิ้งขนมหรือของหวานไว้ แล้วกลับมากิน
ครั้งหนึ่งเราเคยเจอแมลงสาบนอนยิ้มอยู่ในกระป้องนมข้นหวาน
ปัญหาคือเราเจอเค้าเมื่อกินนมหมดกระป๋องแล้ว ช่วยกันรักษาความสะอาดเสมอ
- เกาะหลายแห่งมียุงอาศัยอยู่เยอะ บางเกาะอยู่ใกล้ชายแดน
อาจมีปัญหาโรคติดต่อ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก เตรียมยากันยุงไปด้วยเสมอ
บางครั้งอาจต้องกินยาป้องกันมาลาเรีย
- ห้ามไปดำน้ำคนเดียวโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น Snorkelling หรือ SCUBA ต้องมีเพื่อนไปด้วยอย่าประมาท เคยมีคนไปดำน้ำลึกแค่สองเมตร
แต่โดนกระแสน้ำพัดแรงไหลออกทะเล ต้องเอาเรือไปช่วยมาแล้ว
โปรดดำน้ำไปช่วงเวลาและสถานที่ซึ่งผู้ควบคุมกำหนดให้ ถ้าไม่แน่ใจโปรดถาม หากไป Snorkelling โปรดใส่ชูชีพไว้ อย่าใช้เกาะเพราะอาจหลัดหลุดได้
- การไปดำน้ำ SCUBA ต้องปฏิบัติตามกฎโดยเคร่งครัด ต้องมีบัตรดำน้ำ อย่าคิดเรียนด้วยตัวเอง
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ร้องบอกคนอื่น แต่อย่าตกใจว่ายน้ำโครมคราม
อาจเหนื่อยจนหมดแรงได้
- เลือกเวลาลงน้ำให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงช่วงคลื่นหรือกระแสน้ำแรง (ดูจากตารางน้ำหรือถามผู้ชำนาญ)
อย่าเสี่ยงลงดูที่สวยแต่อันตราย ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ
- หากโดนกระแสน้ำ
อย่าพยายามว่ายสวนเพราะจะเหนื่อยได้ง่ายมากให้รีบบอกคนอื่น
ลอยตัวไปตามกระแสน้ำจนกว่าจะมีเรือมารับ
- นับจำนวนเพื่อนหลังดำน้ำเสมอ พยายามเกาะกลุ่มกันไว้
อย่าแยกไปคนเดียว
- สัตว์ในทะเลทุกชนิดไม่ต้องการจู่โจมเพื่อกินหรือทำร้ายมนุษย์
เมื่อเจออาจหลีกเลี่ยง แต่ไม่ต้องกลัวถึงว่ายน้ำหนีจนขาดสติ
อาจเกิดอันตรายอย่างอื่น
คู่มือเล่มนี้ไม่ใช้คำว่า "สัตว์ทะเลมีพิษ" เพราะฉลามหรือเม่นทะเลไม่มีพิษ แต่อาจมีอันตรายได้
เราจึงรวมเรื่องของสัวต์ทะเลที่มีอันตรายไว้ทั้งหมด ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ
แต่ทั้งนี้ไม่รวมสัตว์ทะเลที่กินแล้วมีพิษ เช่น แมงดา ปลาปักเป้า ฯลฯ
แต่อยากแนะนำว่าอย่ากินอะไรแปลก ๆ ไม่น่าไว้ใจ
อนึ่ง สรรพชีวิตทั้งหลายในทะเล
มิได้ต้องการจู่โจมทำร้ายมนุษย์
อันตรายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นเพราะเขาป้องกันตัว
มีน้อยมากที่ทำร้ายเราเพราะต้องการอาหาร และในจำนวนนั้นทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด
สิ่งมีชีวิตหลายแสนชนิดของท้องทะเล ไม่มีชนิดใดที่ล่ามนุษย์เป็นอาหารโดยตรง
คนที่ทำร้ายสัตว์ทะเลก่อน เพราะกลัวเขาจะทำร้ายเรา
คนพวกนี้มักได้รับอันตรายจากสัตว์ทะเล
สัวต์ทะเลมีพิษ
ปลา : ปลาหลายชนิดมีพิษอยู่ที่เงี่ยง พิษเหล่านี้ใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เช่น ปลากระเบน ปลาหิน ปลาสิงโต ปลาดุกทะเล ปลาสลิดทะเล ฯลฯ
โอกาสที่เราจะโดนพวกเขาทำร้ายมีน้อยมาก ทุกกรณีเกิดจากเราไปทำร้ายเขาก่อน
ตัวอย่างต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว
- นักท่องเที่ยวไปเดินในน้ำตื้นแล้วเหยียบปลากระเบน
- นักท่องเที่ยวไปจับปลาดุกทะเลหรือสลิดทะเลที่ตายแล้ว แต่เงี่ยงยังมีพิษอยู่
- นักดำน้ำไปจับหรือโดนปลาหินหรือปลาสิงโตเพราะไม่ระวังตัว
- นักดำน้ำไปขี่หรือเกาะปลากระเบน บางตัวใหญ่มาก
เงี่ยงอาจทะลุตัวเหมือนโดนแทงได้
อาการ - เมื่อโดนจะปวดแผลฉับพลัน
อาจตกใจหรือเกิดตะคริวจนจมน้ำได้
รักษา - ดึงเงี่ยงที่อาจหักค้างอยู่ออกจากแผล ใช้ของร้อนประคบ เช่น น้ำอุ่น ที่เป่าผม
หินเผาไฟดูอาการว่าถ้ารุนแรงให้นำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที
งูทะเล : ในทะเลมีงูประมาณ 50 ชนิด
พบบ่อยที่สุดในแนวปะการังเมืองไทยคืองูทะเลปล้องดำมีพิษร้ายแรง
แต่โดยธรรมชาติงูทะเลจะไม่ทำร้ายมนุษย์โดยเจตนา (ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์และเป็นเพียงบางครั้ง)
ตามปรกติงูทะเลจะไม่สนใจเราเลย
เขาจะว่ายน้ำหาอาหารโดยมุดหัวไปตามซอกแล้วใช้จมูกดมเพื่อกินไข่ปลาหรือ
กุ้ง บางครั้งเขาอาจเข้ามาใกล้เรามาก
ไม่จำเป็นต้องตกใจจนว่ายหนีฉุกละหุกเมื่อเจองูทะเลให้ว่ายหนีออกมาช้าๆ
อาการ - พิษงูทะเลเป็น Myotoxic มีผลต่อกล้ามเนื้อ ปัสสาวะมักเปลี่ยนสี
รักษา - ให้ปฐมพยาบาลเหมือนโดนงูกัด แล้วหาแพทย์ทันที
อย่างไรก็ตาม
ผู้เขียนไม่เคยได้ยินว่ามีนักท่องเที่ยวหรือนักดำน้ำโดนงูทะเลกัด
ทั้งหมดที่ทราบคือชาวประมงที่หาปลาในป่าชายเลน
เม่นดอกไม้ : เม่นดอกไม้และเม่นขนสั้นบางชนิด พบตามพื้นทรายนอกแนวปะการัง มีพิษร้ายแรง
อย่าจับโดยเด็ดขาด แต่หากโดนให้ไปพบแพทย์โดยด่วน
ดาวหนาม : ดาวหนามเป็นสัตว์กินปะการัง พบได้ทั่วไป
หนามตามตัวแข็งและแหลมมาก หากโดยเข้าไปจะรู้สึกเจ็บแปลบ แผลจะหายยากมาก
บางครั้ง 6 เดือนแล้วยังไม่หาย (โดนมาแล้ว)
หมึกทะเล : หมึกทะเลเป็นสัตว์เป็นสัตว์กลุ่มหอย
ทุกชนิดสามารถกัดเราด้วยฟันแหลมคล้ายปากนกแก้ว บางชนิดมีพิษ เช่น หมึกกระดอง
แต่ส่วนใหญ่พิษมักไม่มีผลต่อมนุษย์ ยกเว้นหมึกสายวงฟ้า มีพิษร้ายแรงมากจนถึงตาย
แต่เท่าที่ทราบ ไม่มีรายงานหมึกสายกลุ่มนี้ในเมืองไทย
หอยเต้าปูนะ : หนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก (ใช้ยิงไดโนเสาร์ในเรื่อง The Lost World) ฟันหอยเปลี่ยนรูปเป็นฉมวก
เมื่อหอยเจอเหยื่อหรือป้องกันตัว จะยื่นงวงออกมาก่อนยิงฉมวกใส่
หลายชนิดมีพิษถึงตาย เช่น หอยเต้าปูนลายแผนที่ การหลีกเลี่ยงทำได้ง่ายมาก
คือไม่พยายามไปจับหอยเหล่านั้นหรือเก็บหอยมาไว้ในกระเป๋าเพื่อเอากลับบ้านเป็นของที่ระลึก
แมงกะพรุน : พิษเกิดจากเข็มพิษเรียกว่า Nematocyst (นีมาโตซิส)
ความรุนแรงของพิษแตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดและขนาดตัว
พิษเหล่านี้อยู่ที่หนวดและยังมีพิษอยู่แม้แมงกะพรุนตายแล้ว หนวดบางเส้นยาวแต่ใส
ทำให้พวกเรามองไม่เห็น วิธีการว่ายหลบแมงกะพรุนจึงควรหลบทางหัว
อย่างหลบทางหนวดโดยเด็ดขาด แมงกะพรุนบางชนิดมีพิษรุนแรงถึงตาย เช่น แตนทะเล
แต่มีอยู่น้อยมากไม่ค่อยพบในน่านน้ำไทย
ปะการัง ดอกไม้ทะเล
ไฮดรอยด์ : มีเข็มพิษที่หนวดเช่นเดียวกับแมงกะพรุน
อาการ - เป็นผื่นแดง คันมาก
บางชนิดมีพิษแรงอาจถึงขั้นแผลไหม้
รักษา - อย่าใช้น้ำราดแผลเพราะจะทำให้เข็มพิษยิงต่อไป
ให้รีบหยิบหนวดที่อาจติดอยู่ทิ้งไป (คนหยิบต้องใส่ถึงมือด้วยนะครับ)
ใช้น้ำส้มสายชูจำนวนมากราดแผล ฤทธิ์ของน้ำสมสายชูจะหยุดการทำงานของเข็มพิษ
หากเป็นมากให้ส่งแพทย์โดยด่วน
สัตว์อื่น : มีสัตว์หลายชนิดที่มีพิษ เช่น บุ้งทะเล ปะการังไฟ
ฟองน้ำไฟ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงพิษเหล่านั้นได้ ถ้าเราระวังตัวอยู่เสมอ
ข้อแนะนำที่ได้ผลดีที่สุดคือ "อย่าจับสัตว์ทะเลทุกชนิด
ไม่ว่าคุณจะรู้จัก คิดว่ารู้จัก หรือไม่รู้จัก" เราจะไม่ทำร้ายสัตว์ทะเลและไม่ทำร้ายตัวเราเอง
ฉลาม : สัตว์ชอบงับมนุษย์ตามสายตาของคนทั่วไป
แต่เป็นปลาที่สง่างามและยิ่งใหญ่ที่สุดของท้องทะเลในสายตาบางคน สำหรับเรา
หลายสิบครั้งที่เจอ เราไม่เคยว่ายหนีฉลาม
เพราะทราบดีว่าเขาไม่ใช่สัตว์ดุร้ายฉลามบางชนิดอาจเป็นอันตราย เช่น ฉลามเสือ
แต่หลายชนิดไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น ฉลามครีบเงินฉลามหัวค้อน
มีรายงานว่าจู่โจมมนุษย์น้อยยิ่งกว่า ส่วนใหญ่เป็นคำร่ำลือในท้ายที่ผิดมากกว่า
ไม่มีรายงานว่าฉลามจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย มากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ถ้าคุณเจอฉลาม
จงใช้ความระมัดระวังทุกครั้ง อย่าประมาท อาจค่อยๆ ว่ายน้ำหนีห่างออกมา
แต่ไม่จำเป็นต้องตกใจ โอกาสฉลามกินคนในเมืองไทย
น้อยกว่าโอกาสที่รถจะวิ่งเข้าไปชนคุณถึงเตียงนอนในบ้านเสียอีก
ปลาสาก : รูปร่างที่น่ากลัว ทำให้หลายคนกลัวปลาสาก
แต่ความเป็นจริงแล้วเราไม่เคยได้ยินว่าปลาสากจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย
แม้แต่ในเมืองนอกก็น้อยเต็มที ปรกติปลาสากจะรวมฝูงเพื่อพักผ่อนในตอนกลางวัน
บางครั้งอาจว่ายมาดูเราจนใกล้หรือติดตามเราตลอดดำน้ำ ถือเป้นเรื่องปรกติ
ในตอนกลางคืนปลาสากจะล่าเหยื่อ คนที่ไป Night Dive อาจจะเป็นปลาสากพุ่งเข้าใส่ แต่ไม่ต้องกลัว
เพียงหลบออกจากบริเวณนั้นหรือดับไฟหลอกล่อ ปลาสากจะหนีไปในที่สุด
ปลาไหลมอเรย์ : แม้รูปร่างจะน่ากลัว แต่ปลากลุ่มนี้ไม่ดุร้าย
โอกาสที่เราโดยเขากัด มักเป็นช่วงผสมพันธุ์หรือเขาอยู่ในโพรง
เรามองไม่เห็นไปจับข้างโพรง จึงโดนกัด
เม่นทะเละ : เม่นดำหนามยาวเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักดี
หลายคนเคยโดนหนามเม่นทิ่มมาก่อน วิธีการแก้ไขไม่ยาก ใช้ขวดนวดแผลไปมา
หนามข้างในจะแตกและหายไปในเวลา 24 ชั่วโมง
อย่าบ่งหรือทุบแผลรุนแรง อาจอักเสบให้กินยาแก้ปวดช่วย
การป้องกันให้ระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะนักดำน้ำแบบ Snorklling อย่ายืนบนก้อนปะการัง อย่าเข้าไปในบริเวณที่ตื้นมาก
โดยเฉพาะในช่วงที่มีคลื่นลม คลื่นอาจซัดเราไปโดนเม่