โครงการ  " ร่วมด้วย  ช่วยลูกปู"


โครงการร่วมด้วย  ช่วยลูกปู

        ปูม้า เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเกาะยาว ที่สามารถสร้างรายได้แก่ชาวประมงซึ่งเป็นอาชีพหลัก ปูม้าเป็นอาหารที่ชื่อชอบของทุกคน เนื่องจากเนื้อปูม้ามีรสชาติดี ทำให้มีการจับปูม้ามากขึ้น ทำให้ปัจจุบันปริมาณปูม้าในธรรมชาติลดน้อยลง และมีขนาดของปูม้าที่จับได้ตัวขนาดเล็กลงด้วย ในแต่ละวันชาวประมงจับปูม้ามาจากทะเลเพื่อมาจำหน่ายนั้น จะมีแม่ปูไข่ซึ่งจะถูกจับมาด้วย กกลุ่มเกาะยาวโฮมสเตย์จึงได้ทำโครงการ "ร่วมด้วย  ช่วยลูกปู เพื่อที่จะนำแม่ปูม้าที่มีไข่นำไปอนุบาลในกระชัง เพื่อที่แม่ปูม้าจะปลดไข่ออกไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณปูม้าในธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างอาชีพให้ชาวประมงที่อยู่บริเวณชายฝั่งอีกด้วย

 

ทำไมจึงเรียกว่า ปูม้า
       ปูม้าเป็นปูที่อยู่ในวงศ์ปูว่ายน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Portunus pelagicus (Linnaeus 1758) หรือชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า blue swimming crab, flower crab, sand crab มี หลายท่านสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงเรียก ปูชนิดนี้ว่าปูม้า ช่วงแรกๆ ที่มีการศึกษา ทางด้านอนุกรมวิธานเรื่องปูในประเทศ ไทยนั้น นักอนุกรมวิธานด้านปูส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ มีความสับสนและเข้าใจว่าปูม้าที่พบในเมืองไทยเป็นปูชนิดเดียวกับปูว่ายน้ำ ชนิด P. trituberculatus (Mier 1876) ซึ่งมีชื่อสามัญว่า horse crab เพราะมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกันมาก ลักษณะที่แตกต่างกันก็มีเพียงจำนวนหยักระหว่างช่วงตาและจำนวนหนามด้านในที่ก้ามเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการวิเคราะห์อย่างใกล้ชิดก็ทราบว่าไม่ใช่ ปูชนิด P. trituberculatus อย่างที่เข้าใจ แต่เป็นปูอีกชนิดหนึ่ง จึงให้ชื่อว่า P. pelagicus   แม้จะมีความพยายามให้เรียกชื่อปูนี้ใหม่เป็นปูว่ายน้ำสีฟ้า หรือปูดอกหมากตามสีตัว แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม

ปูม้า..ปูม้า
 
       ปูม้า(blue swimming crab portunus pelagicus) ลักษณะทั่วไปก้ามยาวเรียว มีสัน หนามข้างกระดองข้างละ 9 อัน อันสุดท้ายมีขนาดใหญ่และยาวที่สุด กระดองแบนกว้างมากมีตุ่มเล็กๆกระจายเต็มไปหมด มีหนามที่ขอบเบ้าตาด้านบน ขอบเบ้าตาด้านล่างมีหนามแหลม 1 อัน ขาเดินมี 3 คู่ กรรเชียงว่ายน้ำ 1 คู่ ตัวผู้มีก้ามยาวเรียวกว่า มีสีฟ้าอ่อนและมีจุดขาวตกกระทั่วไปบนกระดองและก้าม พื้นท้องเป็นสีขาว จับปิ้งเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียวสูง ตัวเมียจะมีก้ามสั้นกว่ากระดองและก้ามมีสีฟ้าอมน้ำตาลอ่อนและมีจุดขาวประทั่วไปทั้งกระดองและก้าม
ปูม้าพบทั่วไปบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ในระดับน้ำที่มีความลึกไม่เกิน 40  เมตร พบมากที่ความลึกประมาณ 7-30  เมตร บริเวณพื้นท้องทะเลที่เป็นโคลน ทราย โคลนปนทราย และหินปะการัง กินอาหารได้หลากหลาย นับตั้งแต่สัตว์ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ไส้เดือนทะเล (เพรียงทราย  เพรียงเลือด) เพรียงหิน (barnacle) ลงไปจนถึงหญ้าทะเลและสาหร่ายต่างๆ ว่ายน้ำเร็ว ออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะฝังตัวตามพื้นทราย  โผล่ตาและหนวดไว้เพื่อคอยจับเหยื่อและหลบหลีกศัตรู ศัตรูที่สำคัญได้แก่ เต่าทะเล ปลาฉลาม ปลากระเบน ปลากินเนื้อทุกชนิด และหมึก

กว่าจะมาเป็นปูม้า
         ปูม้าเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณสามเดือน ขนาด 4.5  เซนติเมตร วางไข่ตลอดปี ก่อนผสมพันธุ์ปูเพศผู้จะลอกคราบก่อนประมาณ 7-10 วัน เมื่อกระดองแข็งมีความสมบูรณ์เต็มที่ก็จะเริ่มหาปูเพศเมียที่โตเต็มวัยและ มีความพร้อมที่จะร่วมผสมพันธุ์ เช่น ใกล้จะลอกคราบ เมื่อพบแล้วปูเพศผู้ จะเกาะหลังปูเพศเมีย โดยใช้ขาเดินคู่ที่ 2-4 พยุงปูเพศเมียไว้ประมาณ 3-4  วัน จนกระทั่งปูเพศเมียลอกคราบ  ลำตัวนิ่ม ในช่วงนี้ปูเพศผู้จะใช้ก้ามหนีบโคนก้ามของปูเพศเมียเพื่อจับให้นิ่ง จากนั้นจะสอดตัวเข้าไประหว่างจับปิ้งของปูเพศเมีย เพื่อสอดอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้คู่ที่มีลักษณะยาวเรียวแหลมเล็กเข้าไปในรูเปิดของปูเพศเมียใต้จับปิ้ง ตรงบริเวณโคนขาคู่ที่สาม ส่วนรยางค์คู่สั้นทำหน้าที่ยึดหน้าท้องปูเพศผู้ให้ ติดกับหน้าท้องของปูเพศเมีย เพื่อช่วยให้การผสมพันธุ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วงนี้ปูเพศผู้จะใช้ขาพยุงตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ปูเพศเมียที่นิ่มเป็นอันตราย ปูเพศผู้จะปล่อยน้ำเชื้อไปไว้ในถุงเก็บน้ำเชื้อภายในปูเพศเมีย รอระยะเวลาผสมกับไข่ที่ส่งมาตามท่อนำไข่ในภายหลัง ขั้นตอนการผสมพันธุ์นี้จะใช้เวลาประมาณ 12-15 ชั่วโมง โดยน้ำเชื้อที่อยู่ในถุงเก็บน้ำเชื้อจะมีอายุประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งในช่วงฤดูผสมพันธุ์ปูเพศผู้ตัวหนึ่งสามารถผสมกับปูเพศเมียได้หลายตัว

        หลังจากผสมพันธุ์แล้ว ปูเพศเมีย ก็จะกลับตัวอยู่ในท่าปกติ ตัวผู้จะเกาะหลังปูเพศเมียอีก 1-2 วัน จนกระทั่งตัวเมียกระดองแข็งจึงแยกตัวออก หลังจากผสมพันธุ์ประมาณ 20-30 วัน ไข่จะถูกส่งมาตามท่อนำไข่เพื่อผสมกับ น้ำเชื้อ แล้วส่งไปเก็บไว้ที่หน้าท้อง รยางค์อกจะเปลี่ยนแปลงไปเพื่อรับการเกาะของไข่ ไข่ที่ผสมแล้วจะมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ จนล้นจับปิ้ง ระยะนี้เรียกว่าปูไข่นอกกระดอง ไข่จะเปลี่ยนสีจากเหลืองอ่อนเป็นเหลืองเข้ม น้ำตาลอ่อน และน้ำตาลตามลำดับ ประมาณ 10-15 วัน แม่ปูก็จะใช้ขาเดินเขี่ยไข่ให้หลุดจากจับปิ้ง ปล่อยล่องลอยไปในทะเล ไข่สีดำซึ่งแก่เต็มที่ จะมองเห็นลูกตาเป็นจุดสีดำภายใน ได้ ไข่ใช้เวลาฟัก เป็นตัวภายใน 1-2 วัน โดยปูแม่หนึ่งตัวมีไข่ประมาณ 120,000-2,300,000 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของปูไข่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 304-412 ไมครอน

ขั้นตอนในการทำงาน
1.   ซื้อแม่ปูไข่จากชาวประมง
2.   นำแม่ปูมาพักในกระชังเพื่อให้แม่ปูปลดไข่สู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
3.   นำแม่ปูที่ปลดไข่ออกหมดแล้วไปจำหน่ายหรือปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

ราคาแม่ปูไข่

ราคาตัวละ  25  บาท

 *** เมื่อวันที่  13 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2549  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพร้อมด้วยคณะกรมการรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ทรงพายเรือคายัคเพื่อเสด็จไปยังกระชังชุมชนเกาะยาวที่พระองค์ท่านได้พระราชทาน  ได้ทรงปล่อยแม่ปูไข่ลงในกระชังเพื่อเพิ่มจำนวนปูในธรรมชาติ

 
 
 
5/3 Moo 1,Tambon kohyaonoi,Amphur  kohyao,Phangnga 82160 Thailand
e-mail 
  kohyao07@gmail.com  
Tel. 0-7659-7428,  089-723-5367