น้ำมันไบโอดีเซล
Biodiesel


 

         ไบโอดีเซล (biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน คุณสมบัติสำคัญของไบโอดีเซลคือ สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการชีวภาพในธรรมชาติ (biodegradable) และไม่เป็นพิษ (non-toxic)   ไบโอดีเซล เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตจากที่ผลิตจากน้ำมันพืชและไขมันสัตว์ เช่น ปาล์ม สบู่ดำ มะพร้าว ทานตะวัน ถั่วเหลือง เมล็ดเรพ และน้ำมันพืช/น้ำมันสัดว์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว นำมาทำปฏิกิริยาทางเคมี "transesterification" ร่วมกับเมทานอลจนเกิดเป็นสารเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล เรียกว่า "ไบโอดีเซล" หรือ "B100"
        ผลจากการสำรวจพบว่า ใน 1 ปี ประเทศไทยมีน้ำมันพืชที่ใช้แล้วมากถึง 74.5 ล้านลิตร หากนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล จะสามารถทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลคิดเป็นมูลค่าประมาณ  1,570 ล้านบาท
       ข้อมูลจากการวิเคราะห์ในเชิงคุณภาพของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า น้ำมันพืชที่ใช้แล้ว การนำกลับมาใช้ใหม่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด ความดันโลหิต เป็นพิษต่อระบบสมองน้ำมันไบโอดีเซล B100ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และอวัยวะที่สำคัญต่างๆ ทั้งยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ ก่อกวนระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะระบบฮอร์โมนทางเพศ ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบสืบพันธุ์ โดยทำให้ตัวอ่อนของทารกในครรภ์ผิดปกติและตายก่อนครบกำหนด อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย สอดคล้องกับผลการศึกษาขององค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์ไม่ให้ใช้น้ำมันพืชที่ใช้แล้วนำมาทอดซ้ำๆกัน
               นอกจากนี้ไบโอดีเซลมีข้อดีทางเทคนิคหลายประการ เช่น มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมาก เผาไหม้สมบูรณ์สมบัติการหล่อลื่นและตัวเลขซีเทนสูงกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดา จุดวาบไฟสูงทำให้ปลอดภัยในการจัดเก็บและในกรณีที่เกิดการรั่วไหลไบโอดีเซลสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
           กลุ่มเกาะยาวโฮมสเตย์จึงส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล โดยการจัดสร้างโรงงาน่ผลิตไบโอดีเซลชุมชน เพื่อผลิตไบโอดีเซลใช้ในชุมชนและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนในที่จะใช้พลังงานสะอาดต่อสิ่งแวดล้อมนี้

การตรวจวัดสมรรถนะและการปล่อยมลพิษของรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล
            กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา 2 หน่วยงาน คือ กรมอู่ทหารเรือและกรมควบคุมมลพิษ เพื่อทดสอบสมรรถนะและการปล่อยมลพิษของรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล โดยทำการทดสอบการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่แตกต่างกัน คือ B2, B5, B20, B40, B50 และ B100 ผลการทดสอบ ดังนี
1.  สมรรถนของเครื่องยนต์
           ผลการทดสอบรถยนต์ของกรมอู่ทหารเรือ พบว่า รถยนต์ที่ใช้ B100 เครื่องยนต์จะมีกำลังมากที่สุดทุกความเร็วรอบ รองลงมา คือ รถยนต์ที่ใช้ B40, B20 และ B5 ตามลำดับ ส่วนน้ำมันดีเซลทำให้เครื่องยนต์มีกำลังน้อยที่สุด กล่าวคือ เมื่อใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงขึ้น ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวมีความขัดแย้งกับผลการทดสอบของกรมควบคุมมลพิษ โดยผลการทดสอบของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า หากใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังลดลง โดยน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมากขึ้นยิ่งทำให้เครื่องยนต์มีกำลังลดลง
2.  อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
            ผลการทดสอบรถยนต์ของกรมอู่ทหารเรือ พบว่า รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมีอัตราการสิ้นเปลืองไม่แตกต่างกัน ประมาณ 12 ลิตรต่อกิโลเมตร ขณะที่ผลการทดสอบของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมีอัตราการสิ้นเปลืองน้อยกว่าน้ำมันดีเซล ทำให้รถยนต์สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่เพิ่มขึ้น
3.  การปล่อยมลพิษ
ควันดำ
  ผลการทดสอบรถยนต์ของกรมอู่ทหารเรือ พบว่า รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมีค่าของควันดำน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล โดยรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้ค่าควันดำลดลง กล่าวคือ ควันดำของรถยนต์ที่ใช้ B100 มีค่าต่ำที่สุด สอดคล้องกับผลการทดสอบของกรมควบคุมมลพิษ
ก๊าซจากท่อไอเสีย (THC, CO และ CO2)
ผลการทดสอบรถยนต์ของกรมอู่ทหารเรือ พบว่า รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมีปริมาณการปล่อยก๊าซส่วนที่เป็นก๊าซพิษ คือ CO และ TCH น้อยมาก และต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด ส่วนก๊าซที่ไม่ใช่ก๊าซพิษ คือ CO2 มีปริมาณการปล่อยก๊าซสูงกว่าน้ำมันดีเซลเล็กน้อย สอดคล้องกับผลการทดสอบของกรมควบคุมมลพิษ

 

ภาพแผนภูมิการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลB100
 
 
 
5/3 Moo 1,Tambon kohyaonoi,Amphur  kohyao,Phangnga 82160 Thailand
e-mail 
  kohyao07@gmail.com  
Tel. 0-7659-7428,  089-723-5367