h1, font-family: 'Sriracha', cursive;
0847447284 Kohyao07@gmail.com

      เกาะยาว เป็นหมู่เกาะบริเวณอ่าวพังงา ของทะเลอันดามัน มีเกาะล้อมรอบประมาณ 44 เกาะ มีฐานะเป็นอำเภอของจังหวัดพังงา ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 141,067 ตร.กม. ห่างจากจังหวัดพังงา 42 กม. แบ่งการปกครองเป็น 1 เทศบาล 3 ตำบล 18 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 12,713 คน ประชาชนนับถือศาสนาอิสลามประมาณ 98 % เกาะยาวน้อยเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ ประชาชนประกอบอาชีพประมง ทำสวนยาง เป็นอาชีพหลัก ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอเกาะยาวเป็นภูเขา 70% เป็นพื้นที่ร้าบ 30% ลักษณะของเทือกเขายาวจากเหนือจรดใต้ความยาวรวม 36กิโลเมตร เป็นลักษณะของภูเขาที่มีความสูงระดับกลางๆคือ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลเป็นป่าไม้แบบป่าเขตร้อนมีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปีมีฤฝน ใน1ปี ประมาณ 7 เดือน อำเภอเกาะยาวประกอบด้วยเกาะสองเกาะด้วยกันคือ”เกาะยาวน้อย”และ”เกาะยาวใหญ่ และรายล้อมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย อีกมากมายกว่า 200เกาะรวมพื่นที่น้ำด้วยก็ประมาณ 700 ตารางกิโลเมตร

     อาณาเขต – ทิศเหนือ จด จังหวักกระบี่ และจังหวัดพังงา – ทิศใต้ จด ทะเลเขตจังหวัดภูเก็ต – ทิศตะวันออก จด ทะเลเขตจังหวัดกระบี่ – ทิศตะวันตก จด ทะเลเขตจังหวัดภูเก็ต

   ประวัติศาสตรของเกาะยาว ความเป็นมาในอดีต สัณนิฐานว่า คนกลุ่มแรกที่เดินทางมาตั้งหมู่บ้านในเกาะยาวเป็นชาวประมงซึ่งออกเดินทางเร่ ร่อนทำการประมงในทะเลอันดามัน เมื่อถึงหน้ามรสุมจึงหาสถานที่เพื่อหลบคลื่นลม เมื่อพบพื้นที่อุดมสมบูรณ์ จึงตั้งบ้านเรือน และชวนกันอพยพมาตั้งบ้านเรือน สร้างเรือกสวนไร่นา ที่ทำมาหากิน คนกลุ่มแรก หัวหน้ากลุ่ม คือ โต๊ะหลวงชิต (มโนห์รายอดทอง) และโต๊ะแม่ฝ้าย อพยพมาจากจังหวัดตรังในราว พ.ศ. 2270 และประมาณปี พ.ศ. 2328 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ ฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กองทัพเรือของพระเจ้าปะดุงแห่งหงสาวดีบุกเข้าโจมตี เมืองถลาง ในศึกถลางครานั้นไม่เพียงแต่ชาวถลางเท่านั้นที่ลุกขึ้นต่อสู้ป้องกันเมือง ยังมีกองทัพหัวเมืองทางภาคใต้ เช่น เมืองนคร เมืองไทรบุรี ร่วมกับกองทัพของกรุงเทพฯ ยกกองทัพมาช่วยเมืองถลาง ซึ่งในการเดินทางของกองทัพนั้นไม่สามารถที่จะเดินข้ามไปยังเมืองถลางผ่านทาง ช่องแคบปากพระ(ช่องแคบสะพานสารสิน)ได้ เพราะมีกองทัพพม่าเฝ้าดูอยู่ หลวงท้ายน้ำซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่จึงได้ยกทัพผ่านจังหวัดตรัง มาตั้งทัพที่เมืองตะลิบง(ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรังในปัจจุบัน) เพื่อที่จะยกกองทัพมาทางเรือ ไปเมืองถลาง ในการเดินทัพในครั้งนั้นได้กวาดต้อนคนในพื้นที่จังหวัดตรัง สตูลมาช่วยรบกับกองทัพพม่าด้วย กองทัพของหลวงท้ายน้ำได้นัดกับกองทัพหัวเมืองในภาคใต้ให้มารวมทัพกันที่เกาะ ยาวน้อย (ซึ่งในปัจจุบันสถานที่ตั้งกองทัพที่เกาะยาวน้อยได้เรียกว่า “บ้านท่าค่าย”) เมื่อกองทัพทั้งหมดมาพร้อมกัน ก็ยกกองทัพผ่านไปทางเกาะนาคาและไปขึ้นทีเมืองถลางต่อไป หลังเสร็จสงครามทหารและพลเมืองที่โดนกวาดต้อนมากับกองทัพส่วนหนึ่งก็ไม่เดิน ทางกลับ ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เกาะยาว ที่มาจาก จังหวัดตรังก็ตั้งบ้านเรือนที่ เกาะยาวน้อย เช่น นายอุเส็น นายอุสัน ตั้งบ้านเรือนที่โล๊ะหา(อ่าวใน) ที่มาจากจังหวัดสตูลและเมืองไทรบุรี ที่นำโดย หวัน มาลี ก็ตั้งบ้านเรือนที่เกาะยาวใหญ่ ก่อนปี พ.ศ. 2446 บริเวณเกาะเหล่านี้ขึ้นตรงต่ออำเภอเมืองพังงา ได้แบ่งการปกครองออกเป็น 2 ตำบล 24 หมู่บ้าน มีนายบ้านเป็นผู้ดูแลปกครอง มีที่ทำการเป็นศาลาเล็ก ๆ เรียกกันว่า “ทำเนียบ” จะมีเจ้าหน้าที่จากอำเภอมาตรวจตราและเก็บภาษีอากรเป็นครั้งคราว การเดินทางก็ใช้เรือแจวหรือเรือใบเท่านั้นและต้องใช้เวลาเดินทางแต่ละครั้ง หลายวัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2446 ทางราชการได้ยกฐานะบริเวณเกาะเหล่านี้ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอเรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอเกาะยาว” แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าหัวหน้ากิ่งอำเภอเป็นใคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2463 ได้มีปลัดอำเภอเป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอคนแรก ชื่อนายชื่น วาสนาวิน ในสมัยนี้ ได้ย้ายที่ทำการจากทำเนียบมาอยู่เป็นที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ปลูกสร้างขึ้นที่ ชายทะเลด้วยการอาศัยแรงงานราษฎรช่วยกันสร้างโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2489 – 2492 (เอกสารของจังหวัด พ.ศ. 2487 – 2492) นายยศ เปลี่ยนศรีปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอเกาะยาวคนที่ 9 ได้เป็นผู้นำราษฎรสร้างที่ว่าการกิ่งอำเภอขึ้นใหม่ โดยไม่ใช้เงินของทางราชการ และได้ย้ายจากที่ตั้งเดิมเข้ามาข้างในประมาณ 1 กิโลเมตร อาคารที่ทำการหลังนี้ใช้มาจนถึงปี พ.ศ. 2508 ก็ได้รับงบประมาณก่อสร้างที่ว่าการกิ่งอำเภอหลังใหม่ ใช้เป็นที่ว่าการกิ่งอำเภอตลอดมาจนถึงขณะนี้ การติดต่อกับจังหวัดนิยมใช้การเดินทางผ่านจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีระยะทางไกลประมาณ 120 กิโลเมตร ทางกิ่งอำเภอจึงทำเรื่องขอโอนไปขึ้นกับจังหวัดภูเก็ตหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ คือ ปี พ.ศ. 2507 ครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2517 ครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2523 ครั้งหนึ่ง ต่อมาครั้งนายประธาน วิไลชนน์ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอเกาะยาวได้ทำหนังสือถึงจังหวัดเพื่อขอยก ฐานะกิ่งอำเภอขึ้นเป็นอำเภอตามหนังสือที่ พง 0116/1843 ลงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ขอให้ยกฐานะเป็นอำเภอเป็นกรณีพิเศษและจังหวัดได้ทำหนังสือเสนอเรื่องนี้ไป ยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือที่ พง 0016/12982 ลงวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2527 และกรมการปกครองได้ตอบหนังสือมายังจังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ให้ทางจังหวัดแจ้งผลการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ สภาจังหวัด และสรุปเหตุผลในการยกฐานะเป็นอำเภอโดยย่อส่งกรมการปกครองอีกครั้งหนึ่ง ถึงปลายปี พ.ศ. 2528 ทางจังหวัดดำเนินเรื่องเพื่อยกฐานะกิ่งอำเภอเกาะยาวเป็นอำเภอถึงกระทรวง มหาดไทยตามหนังสือดังกล่าว ต่อมาทางจังหวัดได้รับให้ยกฐานะกิ่งอำเภอเกาะยาวขึ้นเป็น “อำเภอเกาะยาว” ได้และทางจังหวัดได้ทำพิธีเปิดอำเภอขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 อำเภอเกาะยาวจึงมีฐานะเป็นกิ่งอำเภออยู่ 85 ปี ทั้งนี้ ได้จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 104 ตอนที่ 278 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2530

    ตำนานของเกาะยาว มีเรื่องเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ขณะนั้นเกาะภูเก็ตยังไม่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่เกาะยาวก็เป็นเกาะขนาดใหญ่เกาะ เดียว ได้มีการจัดงานแต่งงานขึ้นที่อ่าวพระนางจังหวัดกระบี่ ระหว่างโต๊ะตรีและนาคนุ้ย นาคนุ้ยก็ได้จัดขบวนขันหมากยกขบวนมาจากเลประหวันออก ความทราบถึงนาคใหญ่ก็โกรธ เพราะนาคใหญ่ก็ได้หมายปองโต๊ะตรีเหมือนกัน จึงรีบเลื้อยติดตามขบวนขันหมากของนาคนุ้ย ขบวนขันหมากของนาคนุ้ยยกผ่านเกาะภูเก็ตก็เลื้อยตัดแผ่นดินทำให้เกาะภูเก็ต แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ เมื่อเลื้อยผ่านเกาะยาวก็ทำให้เกาะยาวขาดออกจากกันเป็นเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ ระหว่างเกาะยาวน้อยกับเกาะยาวใหญ่ ได้ถ่ายอุจจาระเอาไว้ ชาวบ้านได้เรียกว่า “หินหงอก” (ปัจจุบันยังมีอยู่) เมื่อไปถึงหนองทะเล นาคใหญ่ผู้เลื้อยตามมาเพราะความโกรธก็ตามขบวนขันหมากทัน เกิดการต่อสู้รบกันระหว่างนาคนุ้ยกับนาคใหญ่ นาคนุ้ยเสียทีโดนนาคใหญ่กัดลำตัวขาดเป็นท่อน ๆ ท่อนหัวกระเด็นไปตกที่ทุ่งนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่อนลำตัวตกที่บริเวณเขากลม จังหวัดกระบี่ ในราวหน้าแล้งของทุกปีจะมีเลือดของนาคนุ้ยไหลออกมาเป็นสีแดง หางของนาคนุ้ยก็ได้กลายเป็นภูเขา เรียกว่า “แหลมหางนาค” เมื่อสมัยก่อนเวลามีเรือไปพักหลบคลื่นลมและอดอาหารก็จะมีขนมกับเหนียวกวน หย่อนลงมาให้กินจากยอดเขา ในการสู้รบกันของนาคนุ้ยกับนาคใหญ่ ความทราบถึงเดาะไหม เดาะไหมเลยสาปขบวนขันหมากและทำลายขบวนขันหมากกระจัดกระจายไปหมด เรือสำเภาโดนเดาะไหมขว้างไปตกที่ จังหวัดตรัง กลายเป็น “เกาะเภตรา” เดาะไหมสาปโต๊ะตรีซึ่งเป็นเจ้าสาวให้กลายเป็นหินชื่อ “แหลมโต๊ะตรี” สาปพี่น้อง 3 คน ของนาคนุ้ย 3 คน ให้กลายเป็นเกาะชื่อ เกาะแดง (เกาะเสม็ด) เกาะปอด เกาะพีพี เดาะไหมขว้างควายมาตกที่กระบี่ ปัจจุบันเรียก “แหลมหมูกควาย” กวางตกที่ “เขากวาง” ลูกกระเดือกของนาคนุ้ยมาตกที่ เกาะยาวก็กลายเป็น “เกาะกาหลาด” นาคนุ้ย —> พญานาคน้อย นาคใหญ่ —> พญานาคใหญ่ เลประหวันออก —> ทะเลด้านทิศตะวันออก หมายถึงทะเลด้านอ่าวไทย เดาะไหม —> คนมีวาจาสิทธิ์

 เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะยาวน้อย ประกอบด้วย 2 ตำบลตือ ตำบลพรุใน และตำบลเกาะยาวใหญ่
ตำบลเกาะยาวใหญ่ มีประชากรอพยพมาตั้งถิ่นฐานกว่า 100 ปี มาแล้ว โดยอพยพมาจากตำบลเกาะยาวน้อย และจากจังหวัดสตูล จังหวัดตรัง อพยพมาทางทะเล มาตั้งถิ่นฐานประกอบอาชีพประมง ประชากรส่วนใหญ่ของตำบลเกาะยาวใหญ่ เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ประมาณ 99% และภายหลังจากที่มาตั้งถิ่นฐาน ก็บุกเบิกแผ้วถางที่ปลูกยางพารา และทำนาเป็นบางส่วน ตำบลเกาะยาวใหญ่ ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน คือ

1. บ้านคลองเหีย
2. บ้านช่องหลาด
3. บ้านย่าหมี
4. บ้านคลองบอน

ตำบลพรุใน 

เป็นตำบลตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่ มีประชากรประมาณ 5,714 คน ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน คือ

1. บ้านโล๊ะโป๊ะ
2. บ้านพรุใน
3. บ้านโล็ะปาไล้
4. บ้านท่าเรือ
5. บ้านคลองดินเหนียว
6. บ้านออ
7. บ้านโล็ะปาเหรด

 เกาะยาวน้อย

เกาะยาวประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อยมาจากการเรียกของคนท้องถิ่น ว่า “เกาะยาวนุ้ย” หรือ “เกาะนุ้ย” (นุ้ย หมายถึง เล็ก ) เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจภูธร โรงพยาบาล และส่วนราชการอื่นๆ เกาะยาวน้อยมีหมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน

 

1. บ้านท่าค่าย

2. บ้านใหญ่

3. บ้านน้ำจืด

4. บ้านท่าเขา

5. บ้านริมทะเล

6. บ้านแหลมยาง

7. บ้านอันเป้า

 มีองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อยเป็นผู้ดูแล และมีเทศบาลตำบลเกาะยาวดูแลในส่วนของชุมชนเมื่องของเกาะ ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาทอดยาว ตามแนวเหนือใต้ ทางตะวันออกมีที่ราบริมชายฝั่งทะเล ที่ราบตามหุบเขา ซึ่งประชาชน ใช้ทำการเกษตร เช่นทำสวนยาง สวนมะพร้าว,สวนมะม่วงหิมพานต์ ชายฝั่งรอบเกาะเหมาะแก่การประกอบอาชีพ ประมงขนาดเล็ก ซึ่งทำรายได้ให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ ทั้งชายหาด ที่สวยงามและอยู่ใกล้กับ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 3,349 คน(2553)